ในห้องนั้น .....

posted on 05 Apr 2008 02:32 by thewindinmymind

 

ฉันนั่งอยู่ในห้อง บนเตียงอันอบอุ่นและผ้าห่มเนื้อนุ่ม
มองบานประตูสีขาวหม่น ...............
ซึ่งครั่งหนึ่งฉันเคยหนีเข้ามา และลั่นดาน
หนีจากความวุ่นวายด้านนอก
ข้างนอกประตูบานนั้น

เวลานั้น
ความสับสนวุ่นวายที่ปกคลุมภายนอก
คล้ายเมฆทะมึนหม่น
หลังประตูบานนั้น

นานเท่าไหร่แล้ว
นานแค่ไหน
นานเพียงใดที่ฉันเก็บตัวเองอยู่ในห้องนี้

อยู่ในห้องที่ฉันสร้างขึ้น
ห้องที่กักขังอารมณ์ และวิญญาณอิสระ
ห้องที่กักขังความฝันและความเป็นจริง
เพื่อหนีจากสิ่งเลวร้ายด้านนอก ที่ฉันได้พบเจอ

ฉันเหนื่อยล้าเหลือเกิน
เหนื่อยล้า แม้นกระทั้งจะหายใจ
เหนื่อยล้าเกินไป
นานแค่ไหนแล้ว
นานแค่ไหน

“ออกไป” เสียงหัวใจและวิญญาณอันท้าทายร้องบอก

“จงออกไป”

“ไม่มีอะไรจะเลวร้ายไปกว่านี้อีกแล้ว จงออกไป”

“ความเลวร้ายที่สุด ได้ผ่านไปแล้ว
ต่อไปนี้จะไม่มีอะไรมาทำร้ายเราได้อีก จงออกไป”

“ในนี้ปลอดภัยดีแล้ว อบอุ่นดีแล้ว” เสียงแห่งความกลัวกังวานแว่ว

ความสับสนเกาะกินหัวใจอีกครั้งหนึ่ง

“ฉันกลัว”

“เธอกลัวอะไร”

“ฉันกลัวข้างนอก”

“เธอรู้หรือข้างนอกมีอะไร อาจจะมีไออุ่นของแสงตะวัน
สวนดอกไม้ และสายลมแผ่วพลิ้ว สำหรับเธอ”

“ข้างในนี้มืด และเงียบเหงาเกินไปสำหรับเธอ”

“เธอผู้ซึงเคยมีรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ”

“เธอผู้ชอบความท้าทายและการผจญภัย”

“ฉันรู้.............วิญญาณของเธอโหยหามัน”

“แต่ฉันกลัว”

“ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้วที่รัก
เพียงแค่เธอเปิดประตูออกไป ฉันจะอยู่กับเธอ”

“ฉันจะก้าวไปพร้อมกับเธอในทุกหนทุกแห่ง”
เสียงแห่งคำสัญญา

“เราจะข้ามขวากหนามแหลมคม
และความลุ่มร้อนแห่งอารมณ์ไปด้วยกัน”
ความกล้ากล่าวคำมั่น

“จงออกไป ให้ปีกแห่งความอิสระของเธอโบกโบย
ให้ความคิดของเธอได้โลดแล่นไป”
วิญญาณแห่งเสรีกล่าวอ้าง

“เพียงแต่เธอก้าวข้ามออกไป
จงเปิดประตูที่กักขังเธอไว้กับอดีตออกไป”
ความหยั่งรู้ตะโกนก้อง

“เธอต้องออกไปค้นพบตัวเอง
และใครสักคน แค่เธอก้าวออกไป ไปสิออกไป”
ความรักทวงถาม

“เธอเคยสัญญาว่าเธอจะออกไป มันได้เวลาแล้ว ออกไปเถิด”
สัจจะร้องบอก



...
...
...
...

ฉันเดินออกไปพร้อมกับความเข้มแข็ง เดินไปยังประตูบานนั้น

“เปิดมันออกไปสิ”
ความเข้มแข็งเชื้อเชิญ
...
...
...
...

และวันนี้

ฉันกลับเข้ามาในห้องนี้อีกครั้ง

หันหลังให้กับข้างนอกประตูอีกหน

ฉันลั่นดานประตู .............. อยู่กับความมืดมน

ด้วยความหมดศรัทธาและอ่อนล้ากว่าเดิม

พ่ายแพ้ความอัปภาคย์แห่งผู้คน

ไร้สัจจะ และมายา ...............

ศรัทธาคน..................

ไม่เที่ยงแท้ มักกลับกลาย

ฉันเห็นมานักแล้ว

มุนีเอ๋ย

เจ้าหวังชนะใจคนไปใย

.....ความเป็นจริงร้องบอก

Into The Light
(โอม - ชาตรี คงสุวรรณ)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ตามมา เดี่ยวมาอ่านนะครับbig smile
ศรัทธา .. เป็นเรื่องของความเชื่อจนหมดจิตหมดใจ

แม้โลกจะหม่นใจคนเป็นสีดำ แต่ในสีดำยังมีสีขาว

พลังความร้อนก่อให้เกิดประกายไฟจนลุกไหม้กิ่งไม้แห้ง

ถ้าเราไม่หวังจะชนะ เราจะชนะ

#2 By A man next door* on 2008-04-13 23:38